วิธีลัดที่จะประสบความสำเร็จให้เร็ว ก็คือ การศึกษาเรียนรู้เทคนิค และแนวคิดจากบุคคลต่างๆ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับธุรกิจของเรา อย่างกรณีนี้ผมขอยกตัวอย่างต้นแบบด้านศิลปะการต่อสู้ที่ผมชื่นชมมานานแล้ว
ชื่อเขาคือ บรู๊ซ ลี
บุคคลที่ทรงประสิทธิภาพในการต่อสู้ที่โลกนี้เคยมีมา มีอยู่หลายครั้งที่แม้เขาจะต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่า หรือบางครั้งก็มากันหลายๆคน บรู๊ซ ลี สามารถก็สามารถทำให้คู่ต่อสู้หมอบลงกับพื้นได้ทุกครั้ง
เขาทำได้ยังไงนะ?
เคล็ดลับก็คือ บรู๊ซ ลีตระหนักว่า การที่ยึดติดกับรูปแบบการต่อสู้เพียงแบบเดียวนั้นเป็นความเสี่ยงต่อความสำเร็จ ดังนั้นเขาจึงพัฒนาศิลปะการต่อสู้ในรูปแบเฉพาะตัวขึ้นมา เรียกว่า จีท-คุน-โด้ (คือ การหยุดยั้งการโจมตีของคู่ต่อสู้) รูปแบบการต่อสู้นี้ได้รับการผสมผสานมาจากศิลปะการต่อสู้หลายๆแขนง และยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ฝึกฝนเพื่อสร้างพลังกายให้สูงยิ่งขึ้น เราจะเห็นได้ว่า เขาสามารถวิดพื้นโดยใช้นิ้วเพียงสองนิ้วเท่านั้น! หรือการชกในระยะ1นิ้ว ที่สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามกระเด็นไปได้
เอาละครับ คุณอาจจะสงสัยว่า แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับการทำธุรกิจ mlmได้อย่างไร?
จริงๆแล้วเราพบว่า มีหลายพันวิธีในการหารายได้ แต่ถ้าเรายึดติดกับวิธีใดวิธีหนึ่งมากเกินไป มันจะเหมือนกับเราเอาไข่ไก่ทั้งหมดใส่ลงตะกร้าเดียวกัน ในทางการเงินการลงทุนต้องถือว่ามีความเสี่ยง เนื่องจากถ้าตะกร้าหล่นลงมา มีโอกาสสูงที่ไข่ทุกใบจะแตกหมด เช่นเดียวกัน วิธีที่เราทำธุรกิจ ถ้าเรายังใช้วิธีเดิมๆ เครื่องมือเดิมๆอยู่ โดยไม่ยอมดูสิ่งพัฒนาการของโลกภายนอก เรากำลังเสี่ยงกับการสูญเสียธุรกิจของเราให้กับผู้อื่น
ดังนั้น การที่จะลดความเสี่ยงได้ เราต้องเริ่มจากการฝึกฝนการทำธุรกิจให้ชำนาญสักอย่างหนึ่งก่อน แล้วเริ่มประยุกต์ใช้เครื่องมือและกลยุทธ์แบบต่างๆนำมาใช้ในธุรกิจของเรา
อาทิเช่น เราอาจจะเคยใช้วิธีสปอนเซอร์คนแบบเดิมๆ โดยลิสต์รายชื่อ โทรไปชักชวนคนรู้จัก ทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าตามสถานที่ต่างๆเพื่อเพิ่มโอกาสในการสมัครคน
ทีนี้ถ้าเราลองสังเกตุดูว่า ยุคนี้ใครๆก็ใช้อินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูล เข้าสังคม เช็คข่าว ดูละครออนไลน์ และที่สำคัญคือ มีแนวโน้มที่จำนวนผู้ใช้งานจะเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ซึ่งแน่นอนในจำนวนนั้นต้องมีกลุ่มเป้าหมายของเราค้นหาข้อมูลบางอย่าง ข้อมูลที่จะช่วยแก้ปัญหาให้เขา นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่เราจะลองใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือช่วยเราสมัครคนออนไลน์ 24 ชม.
ความลับประการที่หนึ่ง
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “ข้าพเจ้าไม่เคยกลัวคู่ต่อสู้ที่รู้วิธีเตะ 1,000 วิธี แต่ข้าพเจ้ากลัวคู่ต่อสู้ที่รู้วิธีเตะวิธีเดียว แต่ฝึกเตะมาแล้วเป็นพันครั้ง”
(ให้ลองนึกถึงเสียงบรู๊ซ ลีตอนต่อสู้ประกอบการอ่าน จะได้อรรถรสมาขึ้น)
ประยุกต์ใช้: ถ้าลองคิดดูให้ดี จะเหมือนกับว่า คุณมีวิธีหารายได้เป็นพันวิธี แต่คุณคงไม่สามารถใช้มันทั้งหมดพันวิธีในคราวเดียว ดังนั้น คุณต้องโฟกัสไปที่วิธีใดวิธีหนึ่งก่อนให้ชำนาญก่อน แล้วจึงค่อยๆเพิ่มเทคนิคอื่นๆมาใช้ในธุรกกิจของคุณ
จุดสำคัญคือการโฟกัสวิธีใดวิธีหนึ่งก่อน (และควรจะเป็นวิธีที่workด้วย)
ความลับประการที่สอง
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “การต่อสู้ไม่ได้แพ้ชนะแค่หมัดเดียว คุณต้องเรียนรู้ที่จะอดทน หรือไม่ก็จ้างบอดี้การ์ดซะ”
ประยุกต์ใช้: กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จวันเดียวฉันท์ใด ธุรกิจของคุณก็ไม่ได้สร้างเสร็จภายในคืนเดียวกันฉันนั้น ไม่มีเครื่องมือวิเศษอะไรในโลกที่จะช่วยคุณสร้างธุรกิจของคุณให้สำเร็จได้ชั่วข้ามคืน ต้องมีการลงมือทำ ค่อยๆก่อร่างสร้างมันขึ้นมา
แปลอีกทีก็คือ คุณต้องเรียนรู้ที่จะลงมือทำด้วยตัวคุณเอง ถ้าไม่ถนัดหรือทำไม่ได้ คุณก็ต้องจ้างคนอื่นที่มีความชำนาญกว่าทำให้ แต่ไม่ใช่ว่าให้คนอื่นทำให้หมดทุกอย่างนะครับ คุณจะต้องทำส่วนที่สำคัญๆให้เป็นด้วย อาทิเช่น การบริหารleadของคุณ การใช้autoreponder เป็นต้น อย่างเอาทุกส่วนของธุรกิจไปฝากไว้กับคนอื่น
ความลับประการที่สาม
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “จงทำตัวให้เหมือนน้ำ ซึ่งปรับตัวได้ทุกที่ และเคลื่อนไปได้ทุกทาง แม้จะเป็นรอยแตกหรือร่องเล็กๆ เมื่อคุณทำตัวเหมือนน้ำ คุณจะมีหนทางที่จะไปได้ตลอด”
ประยุกต์ใช้: น้ำนั้นเมื่ออยู่ในถ้วยชา มันปรับตัวให้เข้ากับถ้วยชา เมื่ออยู่ในขวด มันก็ปรับตัวให้เข้ากับขวด น้ำปรับตัวให้เข้ากับภาชนะทุกที่ที่มันอยู่ ถ้าคุณทำธุรกิจของคุณให้เหมือนน้ำ ต่อให้คุณเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรืออุปสรรคมากเพียงใด ให้คุณลองปรับเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ ถ้าวิธีเดิมสมัครคนไม่ได้ ก็หาวิธีอื่นที่มันwork ให้ใช้ความนิ่งสยบความว้าวุ่นในใจ แล้วคุณจะพบทางออกได้เสมอ
ความลับประการที่สี่
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “จงเปลี่ยนวิกฤต ให้เป็นโอกาส”
ประยุกต์ใช้: คุ้นๆไหมครับกับวลีนี้ นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกคน รู้ดีว่าตัวพวกเขาเองเป็นคนสร้างโชคลาภ ยิ่งพวกเขามุ่งมั่นลงมือทำสม่ำเสมอ โชคลาภจะยิ่งวิ่งเข้ามาหาเขามากขึ้นๆ คนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเริ่มจากสถานที่ทำงานที่แย่กว่าพวกเราหลายเท่า บางคนเริ่มทำในห้องพักเล็กๆ ไม่มีแอร์คอนดิชันบางคนเริ่มจากเพิงผุๆเก่าๆ
แต่ทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จได้ละ?
เพราะพวกเขามุ่งมั่นไปที่ภาพใหญ่ในอนาคตยังไงละครับ พวกเขาไม่เอาความล้มเหลวที่ผ่านมาบั่นทอนกำลังใจ ไม่กลัวความล้มเหลว พวกเขานำมันมาสร้างโอกาสในการทำให้ดียิ่งๆขึ้น
แล้วคุณละครับ ความล้มเหลวทำให้คุณเลิกมองภาพใหญ่หรือเปล่า?
ความลับประการที่ห้า
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “ถ้าคุณยังรักชีวิต อย่าใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์ เพราะกาลเวลาสร้างชีวิตขึ้นมา”
ประยุกต์ใช้: คุณคงเคยได้ยินอยู่บ่อยๆว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง ถ้าคุณลงทุนแล้วขาดทุนเสียเงิน ยังมีโอกาสหาเงินใหม่ได้ แต่ถ้าคุณเสียเวลาไปแล้ว มันเรียกคืนมาไม่ได้ครับ ดังนั้น คุณต้องฝึกพูดว่า ‘ไม่’ สำหรับกิจกรรมที่มันไม่จำเป็น เช่น เวลาดูละคร เวลาเดินเอ้อระเหยลอยชายไร้จุดหมาย
ลองดูชีวิตของ บิล เกตส์ดูสิครับ ตอนที่เขาขยายธุรกิจไปทั่วโลกเขาไม่มีเวลามานั่งดูละครวันละ 2-3 ชม. เขาคิดแค่จุดหมายเดียวเท่านั้น คือ การสร้างองค์กรที่ประสบความสำเร็จที่สุดให้ได้
แล้วคุณละครับ วันนี้หมดเวลาไปกับกิจกรรมที่ทำให้เป้าหมายคุณห่างไกลออกไปทุกทีหรือไม่ครับ
คุณต้องทำงานสร้างธุรกิจคุณ องค์กรคุณให้เต็มที่ที่สุด ตราบเท่าที่คุณยังมีสุขภาพร่างกายที่ยังทำได้ และความสามารถในการทำงาน อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไป แล้วมานั่งนึกเสียดายทีหลังนะครับ เพราะ เวลา เราเรียกกลับคืนมาไม่ได้…
ความลับประการที่หก
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “เทคนิคใดๆก็ตาม มันจะกลายเป็นเชื้อโรค เมื่อเราหมกมุ่นกับเทคนิคนั้นมากเกินไป”
ประยุกต์ใช้: คุณต้องไม่หมกมุ่นกับเทคโนโลยีหรือแบบแผนที่ใช้ทำธุรกิจมากเกินไป หลักการหรือรากฐานของแนวคิดนั้นต่างหากที่อยู่เหนือกาลเวลาและเทคโนโลยีต่างๆ
หลักการตลาดที่ผ่านมา 30 ปีถึงวันนี้ก็ยังworkอยู่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการทำการตลาดเท่านั้นเอง อีกไม่กี่ปีเทคโนโลยีก็เปลี่ยนเราก็ต้องมาเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือใหม่อีกครั้ง เทคนิคอย่าง SEO (Search Engine Optimization), Pay-Per-Click อย่าง Google Adwords หรือแม้กระทั่งเทคนิคการทำตลาดบางอย่างก็อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะมีสิ่งใหม่ๆเข้ามาแทนที่เสมอ ดังนั้น คุณต้องไม่ยึดติดหมกมุ่นกับสิ่งเหล่านี้มากเกินไป แต่ให้มองเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
ความลับประการที่เจ็ด
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “พยายามสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการคิด”
ประยุกต์ใช้: บรู๊ซ ลีตระหนักถึงความสำคัญของการคิดที่ชัดเจน เป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย ทุกวันนี้คุณลองสังเกตดูนะครับว่า มีสิ่งต่างๆที่มักจะทำให้เราว่อกแว่กหรือออกนอกเส้นทางที่เราตั้งเป้าไว้ อาทิเช่น เปิดเช็คอีเมล์ทุกสิบห้านาที เล่นFacebook1ชม. ดูวีดีโอในYoutubeอีก1ชม. อ่านกระทู้ตามเว็บบอร์ดต่างๆ เป็นต้น คุณกำลังเดินสู่เส้นทางที่อ้อมและคดเคี้ยวเลี้ยวลด ทำไมไม่พุ่งความสนใจไปสิ่งที่คุณต้องการละครับ เดินไปเป็นเส้นตรงสู่จุดหมายที่อยู่ในใจคุณ ถ้าต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจ คุณต้องโฟกัส โฟกัส และโฟกัสสิ่งที่จะทำ
กำหนดตารางเวลาให้ชัดเจน จะทำงานกี่ชั่วโมง เวลาใด และกำหนดเวลาพักผ่อนหลังจากตารางเวลางานของคุณ
โดยมากเวลาผมทำงาน ผมจะปิดอินเตอร์เน็ต ไม่เล่น ไม่chat ไม่check email เพื่อที่จะพุ่งความสนใจไปที่สิ่งๆเดียว ถ้ามีเสียงรบกวนรอบข้าง เพื่อนบ้านเปิดเพลงเสียงดัง มีการก่อสร้างรอบๆบ้าน ผมแนะนำให้หาจุกอุดหูมา หรือไม่ก็ออกไปหาที่นั่งทำงานนอกบ้าน
ทดลองทำดูสัก 1 สัปดาห์นะครับ แล้วคุณจะพบว่าคุณทำอะไรได้สำเร็จหลายอย่างภายในระยะเวลาอันสั้น
ความลับประการที่แปด
บรู๊ซ ลี สอนผมว่า: “ยิ่งมีกิจกรรมมาก ยิ่งลดโอกาสประสบความสำเร็จ คุณต้องตัดสิ่งที่เป็นส่วนเกินออกจากชีวิต”
ประยุกต์ใช้: ไม่ว่าจะเป็นบรู๊ซ ลี, พนักงานออฟฟิต, คนยากจน, พ่อค้าขายข้าวแกง, คนกวาดถนน ทุกคนมีเวลา 24 ชม.เท่ากันหมด อยู่ที่ใครจะเลือกทำกิจกรรมอะไร บางคุณชอบนอนตีพุงเวลาว่าง (ผมก็เคยเป็น) บางคนเล่นmsn, Facebookได้ทั้งวัน คุณต้องถามตัวเองก่อนนะครับว่ากิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใกล้ความสำเร็จได้หรือไม่
ผมอยากให้คุณลองลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทีละนิดทีละนิด ค่อยๆลดนะครับ ไม่ใช่ให้หักดิบ จากที่เคยchat วันละ 3 ชม. ลองลดลงเหลือ 2 ชม. ในสัปดาห์แรก แล้วลดลงเหลือ1ชม. ในสัปดาห์ถัดไป คุณจะพบว่ามีเวลาสำหรับสร้างธุรกิจมากขึ้น คุณจะไปสู่จุดหมายเร็วขึ้น
For related post, please visit ธุรกิจเครือข่าย: บอกผมมา! คุณอยากมีรายได้เท่าไหร่จาก MLM.